แนวโน้มการส่งออกรถยนต์ปี 57



     แนวโน้มการส่งออกรถยนต์ปี 57 อาจขยายตัวได้ถึง 6-11% จากการปรับสายการผลิตและการเปิดตลาดใหม่   ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าการส่งออกรถยนต์ของไทยในปี 2557 โดยรวมแล้วมีโอกาสขยายตัวประมาณร้อยละ 6 ถึง 11 คิดเป็นจำนวนรถยนต์ราว 1.16 ถึง 1.22 ล้านคัน ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากยอดส่งออกปี 2556 ที่ 1.09 ล้านคัน โดยคาดว่า การส่งออกรถยนต์นั่งจะมีโอกาสขยายตัวได้มากกว่ารถยนต์เพื่อการพาณิชย์ อันเป็นผลจากทั้งการปรับสายการผลิตเพื่อส่งออกมากขึ้นของผู้ประกอบการ และการที่ไทยสามารถเปิดตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กในบางกลุ่มประเทศ เช่น ทวีปอเมริกาเหนือ ได้มากขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นผลได้ที่สำคัญจากการวางมาตรฐานรถยนต์ที่ผลิตในประเทศสูงขึ้นจากโครงการรถยนต์อีโคคาร์เฟส 1

     ขณะที่โครงการอีโคคาร์เฟส 2 ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานตามแผนนั้น   ก็คาดว่าจะกลายมาเป็นอีกความหวังหนึ่งสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนของไทยให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง นอกจากนี้ การเดินหน้าพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนที่ยังค้างอยู่ และการดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก็คงจะส่งผลเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศการลงทุนในภาพรวม ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ สำหรับในระยะถัดไปนั้น ประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คงจะครอบคลุมไปถึงแนวทางผลักดันการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของทางการ ซึ่งอาจมีส่วนสนับสนุนห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้

     อย่างไรก็ตาม ไทยเองก็มีประเทศคู่แข่งในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังพยายามผลักดันให้เกิดการลงทุนการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนในประเทศของตนมากขึ้น โดยปัจจุบันได้หันมาสนับสนุนการผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็กประหยัดพลังงานในรูปแบบที่คล้ายคลึงกับโครงการรถยนต์อีโคคาร์ของไทย

     ซึ่งแม้ไทยจะวางใจได้ในระดับหนึ่งว่าการผลิตรถยนต์ในอินโดนีเซียมุ่งเน้นสำหรับการรองรับตลาดในประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นหลัก ทว่า ด้วยจุดอ่อนสำคัญด้านขนาดตลาดในประเทศของไทยที่เล็กกว่าอินโดนีเซียอยู่มาก ทำให้มีความจำเป็นต้องพึ่งพิงการส่งออกเป็นหลักด้วยนั้น การพัฒนาโครงการใหม่ๆ ที่สามารถทำจุดขายในตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและศักยภาพของแรงงานในการผลิตให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป โดยเฉพาะในส่วนของการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไทยควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนของภูมิภาคไว้ให้ได้อย่างยั่งยืน


ที่มา : KASIKORN RESEARCH CENTER (19 มิ.ย. 2014)