ผู้ผลิตเหล็กรวมตัวร้องขอความเป็นธรรม



     ผู้ผลิตเหล็กในประเทศร้องพาณิชย์ อ้อนทบทวนมาตรการปกป้องเหล็กนำเข้าชั่วคราว ชี้ส่งผลต่ออุตสาหกรรมในประเทศ ระบุไม่ได้โก่งราคา ย้ำเหล็กแผ่นรีดร้อนเป็นสินค้าควบคุมอยู่แล้ว     นายนาวา จันทนสุรคน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเหล็กครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงพาณิชย์ได้ยกเว้นการเก็บอากรชั่วคราวสำหรับสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนที่นำเข้ามาเป็นเวลา 200 วันนั้น กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตเหล็กภายในประเทศ ได้แก่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) และบริษัท สหวิริยาเพลทมิล จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับความเสียหายจากปริมาณการนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนหน้ากว้างและรหัสสถิติอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ได้ร่วมกันยื่นคำร้องให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณามาตรการเซฟการ์ดเฉพาะเหล็กแผ่นรีดร้อนบางพิกัดเท่านั้นได้แก่
     (1) เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน ความหนา 0.9-น้อยกว่า 13.0 มม. และความกว้างมากกว่า 1,550-3,048 มม.
     (2) เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดไม่เป็นม้วน ความหนา 0.90-น้อยกว่า 4.75 มม. และความกว้างมากกว่า 1,550-3,048 มม.
     (3) เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดไม่เป็นม้วน ความหนา 4.75-50.0 มม. และความกว้าง 600-3,048 มม. โดยรวมถึงเหล็กแผ่นรีดร้อนที่สำแดงพิกัดศุลกากรที่มีรหัสสถิติ 090 ด้วย

     นายนาวากล่าวว่า ตนมั่นใจว่าคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น ได้ไต่สวนและพิจารณาข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างรอบด้านเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่ชัดแจ้งว่าปริมาณนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนในพิกัดดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติโดยชัดแจ้งถึง 14 เท่าตัว จากจำนวนไม่ถึง 70,000 ตัน ในปี พ.ศ.2553 ได้เพิ่มเป็นเกือบ 1 ล้านตัน ในปี พ.ศ.2556 ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่อุตสาหกรรมภายในแล้ว และหากดำเนินการล่าช้าจะก่อให้เกิดผลเสียหายที่ยากแก่การแก้ไข
     สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวบิดเบือนว่าราคาสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศได้ปรับตัวสูงขึ้นตามอากรเซฟการ์ด 34% นั้น นายนาวายืนยันว่า เหล็กแผ่นรีดร้อนเป็นสินค้าควบคุมตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากกรมการค้าภายใน และผู้ผลิตภายในประเทศได้แข่งขันกันตามกลไกตลาด ส่วนในด้านการผลิตนั้นหากรวมกำลังการผลิตของผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนทุกรายภายในประเทศ ขณะนี้ได้ใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 40% และยังมีกำลังการผลิตเหลืออีกกว่า 60% เพื่อรองรับความต้องการใช้เหล็กแผ่นรีดร้อน

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศมาตรการปกป้องชั่วคราวจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือ เรียกเก็บอากรเซฟการ์ดชั่วคราว 34.01% เป็นระยะเวลา 200 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.2557 นั้น โดยยกเว้นการเก็บอากรชั่วคราวสำหรับสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนที่นำเข้ามาในกรณี (1) เป็นเหล็กเกรดพิเศษ (2) นำไปใช้ในการผลิตท่อตะเข็บเกลียว (Spiral Pipe) (3) นำเข้ามาผลิตเพื่อการส่งออก รวมถึงยกเว้นอากรดังกล่าวกับเหล็กที่นำเข้าจาก 172 ประเทศกำลังพัฒนา ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง โดยการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกติกาของ WTO และ พ.ร.บ.มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ.2550.


ที่มา : ทีมข่าวเศรษฐกิจ ไทยรัฐออนไลน์ (14 ก.ค. 2014)