• สำนักงานใหญ่
    เลขที่ 88 อาคารปาโซ่ ชั้น 24 ถนนสีลม
    แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
    โทร (02) 267-8222

  • โรงงาน
    นิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบุรี
    358 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา ชลบุรี 20230
    โทร (038) 345 950

ลักษณะการประกอบธุรกิจ

โครงสร้างรายได้


ปี 2560ปี 2559ปี 2558

ล้านบาท%ล้านบาท%ล้านบาท%
รายได้จากการขาย





เหล็กแผ่นรีดร้อน (HRC)15,07192.65%11,64899.11%12,07598.14%
เหล็กจากการปรับสภาพผิว (RTM)1070.66%220.18%1851.51%
รายได้อื่น





ดอกเบี้ย90.06%30.03%10.01%
เศษซาก240.15%140.12%260.21%
กำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้7344.51%80.07%70.06%
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน3111.91%540.46%00.00%
รายได้อื่นๆ90.06%50.04%90.07%


ปริมาณการขายของบริษัทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีรายละเอียดดังนี้




(หน่วย: ตัน)
ปริมาณการขายปี 2560ปี 2559ปี 2558
ปริมาณการขายในประเทศ


- บริษัทที่เกี่ยวข้อง           29,362             6,520            16,428 
- กลุ่มอื่นๆ782,751715,137711,796 
รวมปริมาณการขายในประเทศ         812,113          721,657          728,224 
ปริมาณการขายในต่างประเทศ          -            315          -      
รวม812,113 721,972 728,224 


สัดส่วนยอดขายภายในประเทศและต่างประเทศต่อยอดขายรวมของผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนของบริษัทในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา มีรายละเอียดดังนี้


ปี 2560ปี 2559ปี 2558

ล้านบาท%ล้านบาท%ล้านบาท%
ในประเทศ15,181100.02%11,669100.00%12,264100.03%
ต่างประเทศ00.00%50.04%00.00%
หัก: ส่วนลดการค้า         (3)(0.02%)         (5)(0.04%)          (4)(0.03%)
รวม15,178100.00%11,669100.00%12,260100.00%


ลักษณะผลิตภัณฑ์ บริษัทประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นสายผลิตภัณฑ์ ดังต่อไปนี้ 1)      เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (Hot Rolled Coil) 2)      เหล็กแผ่นรีดร้อนปรับสภาพผิวชนิดม้วน (Tempered Hot Rolled Coil) 3)      เหล็กแผ่นรีดร้อนล้างผิวและเคลือบน้ำมัน (Hot Rolled Pickled and Oiled Product)  โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้


ชนิดการนำไปใช้
เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน 
 (Hot Rolled Coil)
ท่อเครื่องกล ท่อไฟฟ้า ท่อน้ำ การก่อสร้าง เหล็กตัวซี ห้างที่ใช้ในการก่อสร้าง เสาไฟฟ้า ถังแก๊ส ท่อสตีมดำ ผลิตภัณฑ์ที่สามารถต้านทานการกัดกร่อนจากบรรยากาศ ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็น
เหล็กแผ่นรีดร้อนปรับสภาพผิวชนิดม้วน (Tempered Hot Rolled Coil)เครื่องมือการเกษตร การก่อสร้างทั่วไป แผ่นเหล็กโครงสร้าง 
เหล็กแผ่นรีดร้อนล้างผิวและเคลือบน้ำมัน  (Hot Rolled Pickled & Oiled Product)คัสซีรถ ล้อรถ คอมเพรสเซอร์ โครงตู้เย็น โครงตู้ไมโครเวฟ


การตลาดและการแข่งขันกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทได้พัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านความหนาของเหล็ก เช่น ความหนาปกติสูงสุดอยู่ที่ 12.70 มม. แต่บริษัทสามารถพัฒนาให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความหนาถึง 25 มม. ในรูปของม้วน อีกทั้งเรื่องของคุณภาพพิเศษ ที่ตลาดยังต้องพึ่งพาการนำเข้า เช่น เหล็กคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมถังแก๊ส เหล็กคุณภาพสำหรับงานเชื่อมและทนแรงดึงสูง  บริษัทมีแผนที่จะปรับปรุงกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ดังนี้

  1. มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ตามความต้องการตลาด และมีการใช้งานอยู่สม่ำเสมอ
  2. พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่รองรับตลาดที่ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วไป แต่รวมไปถึงอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ และอุตสาหกรรมก่อสร้างขนาดใหญ่ รวมถึงอุตสาหกรรมเครื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าและครัวเรือน
  3. พัฒนาเหล็กแผ่นรีดร้อนที่นำไปใช้สำหรับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น เหล็กแผ่นรีดเย็น (Cold-rolled Coil) เหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี (Galvanizing steel)
  4. พัฒนาผลิตภัณฑ์เหล็กม้วนที่มีความหนาพิเศษ ตามความต้องการของตลาดเฉพาะและตลาดระดับบน

กลยุทธ์ด้านราคา

  1. กำหนดราคาที่เหมาะสมสำหรับสินค้าเหล็กเกรดทั่วไป เพื่อให้สามารถแข่งขันกับสินค้าคู่แข่งได้ และยังรักษาส่วนแบ่งการตลาด
  2. มีการปรับปรุงเทคโนโลยีที่มีอยู่ เพื่อช่วยสนับสนุนให้ต้นทุนการผลิตต่ำ และมีโอกาสเข้าสู่ตลาดใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  3. บริษัทสามารถผลิตสินค้าที่มีความแตกต่างจากคู่แข่งได้ทั้งในเรื่องคุณภาพและเกรด จึงสามารถกำหนดราคาขายที่สูงกว่าได้
  4. การให้ข้อมูลกับลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้ความมั่นใจในการบริโภคเหล็กของบริษัท รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของบริษัทสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  1. ศูนย์บริการตัดเหล็ก (Steel Service Centre) คือ ผู้ที่ซื้อเหล็กรีดร้อนและรีดเย็นเพื่อนำมาตัดออกเป็นขนาดต่างๆ หรือขึ้นรูปเป็นเหล็กรูปแบบต่างๆ สำหรับจำหน่ายให้กับผู้ใช้อีกทอดหนึ่ง 
  2. ผู้ผลิตท่อเหล็ก (Pipe Maker) ได้แก่ โรงงานผลิตท่อเหล็กขนาดต่างๆ เพื่อใช้ในงานท่อ รวมทั้งผลิตเพื่อส่งออกไปขายต่างประเทศ 
  3. ผู้ใช้โดยตรงอื่นๆ (Direct User) เช่น ผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นในประเทศ ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 

ช่องทางการจัดจำหน่าย สำหรับการขายในประเทศ บริษัทมีการจัดจำหน่ายสินค้าผ่าน 2 ช่องทางดังนี้

  1. การจัดจำหน่ายโดยตรง (Direct Sale) 

บริษัทมีแผนที่จะจัดจำหน่ายโดยตรงสำหรับกลุ่มลูกค้าประเภทศูนย์บริการเหล็ก ผู้ผลิตท่อเหล็ก ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 60 ของยอดจำหน่ายภายในประเทศทั้งหมด

  1. การจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนขายส่ง (Wholesaler)

สำหรับกลุ่มลูกค้าอื่นๆ ซึ่งเป็นลูกค้ารายเล็กและมีจำนวนมาก บริษัทจะทำการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนขายส่ง ซึ่งจะทำให้บริษัทลดภาระค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานขายและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดได้มาก นอกจากนี้ยังเป็นการแบ่งภาระความเสี่ยงด้านเครดิตในลูกค้ากลุ่มนี้ให้กับตัวแทนขายส่งเป็นผู้รับผิดชอบ บริษัทคาดว่าจะขายผ่านช่องทางนี้เป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 40 ของยอดจำหน่ายภายในประเทศ บริษัทมีแผนที่จะกลับมาส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เพื่อรักษาความสมดุลของราคาและอุปทานในตลาด รวมถึงเป็นการเทียบระดับสินค้ากับผู้ผลิตอื่นในระดับโลกและสร้างชื่อเสียงของบริษัทในระดับโลก กลยุทธ์การตลาด

  1. บริษัทมีลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมผู้ผลิตท่อ กลุ่มลูกค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กลุ่มลูกค้าศูนย์บริการเหล็กแผ่น กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มลูกค้าโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่มีความต้องการใช้เหล็กคุณภาพพิเศษ 
  2. บริษัทมีการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้นตลอดเวลา โดยการลงทุนในเรื่องของเครื่องมือให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มศักยภาพ ปรับปรุงคุณภาพ และลดต้นทุนในการผลิต
  3. บริษัทมีการส่งทีมงานที่มีความสามารถและความชำนาญในการนำเหล็กไปใช้ในงานต่างๆ และยังให้การสนับสนุนให้ความรู้เกี่ยวกับเหล็กแก่ลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้เหล็กให้เหมาะสม
  4. บริษัทประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างความเชื่อมั่นในการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ตรงต่อเวลา ทำให้ลูกค้าสามารถวางแผนและบริหารปริมาณสินค้าคงคลังได้อย่างเหมาะสม
  5. บริษัทให้ความสำคัญต่อการปรับปรุงและพัฒนาสินค้าและบริการของบริษัท อย่างสม่ำเสมอ โดยได้มีการสำรวจและรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าเป็นระยะๆ ทำให้บริษัททราบถึงความต้องการที่ถูกต้องและเหมาะสมของลูกค้าได้อย่างชัดเจน

การวางแผนการผลิตในการประกอบธุรกิจ  
เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อนของบริษัท ดูเหมือนมีความคล้ายคลึงกันกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คือ บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) แต่ในความเป็นจริง ลักษณะของผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อนมีความหลากหลายอย่างมากทั้งเกรด (ระดับคุณภาพ) และขนาด โดยหากพิจารณาถึงความคล้ายคลึงหรือการทับซ้อนของสินค้านั้นจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดให้ครบถ้วน ทั้ง 3 ประการ ดังนี้ 

  1. เกรด (ระดับคุณภาพ) ตามมาตรฐานสากล และตามข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้า (tailor-made) ซึ่งโรงงานของบริษัทและโรงงานของบริษัท จี สตีล สามารถผลิตได้หลายร้อยเกรด
  2. ความกว้าง (Width) โรงงานของบริษัทและโรงงานของบริษัท จี สตีล สามารถผลิตได้ ตั้งแต่ 900 มม. ถึง 1,571 มม. โดยทุกความกว้างที่ต่างกันทุก 1 มม. นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนกัน รวมเป็นขนาดความกว้างทั้งหมด 672 ขนาด 
  3. ความหนา (Thickness or Gauge) โรงงานของบริษัทและโรงงานของบริษัท จี สตีล สามารถผลิตได้ ตั้งแต่ 1.00 มม. ถึง 25.00 มม. โดยความหนาทุก 0.05 มม. นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนกัน รวมเป็นขนาดความหนาทั้งหมด 480 ขนาดความหนา เมื่อนำเพียงความหนาและความกว้างของผลิตภัณฑ์มาคูณกัน จะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดที่แตกต่างกันทั้งหมดกว่า 268,800 ขนาด ทั้งนี้ ยังไม่ได้พิจารณาถึงจำนวนเกรดที่ผลิตได้อีกหลายร้อยเกรด และไม่ได้จำแนกชนิดของผลิตภัณฑ์ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมดา (basic products) หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปรับปรุงคุณภาพหรือเพิ่มมูลค่าแล้ว (value-added products) เช่น เหล็กแผ่นปรับสภาพผิว (skin-passed), เหล็กแผ่นล้างผิวและเคลือบน้ำมัน (pickled & oiled) เป็นต้น ดังนั้น สายการผลิตจริงจะมีจำนวนรายการผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันและไม่ทับซ้อนกันเป็นจำนวนมาก 

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทได้มีการวางแผนการตลาดร่วมกันเพื่อหลีกเลี่ยงและลดการทับซ้อนของผลิตภัณฑ์โดยที่บริษัทจะมุ่งเน้นการผลิตเหล็กรีดร้อนที่มีขนาดบางและมีหน้ากว้าง โดยมีความหนาระหว่าง 1.20-1.95 มม. (เป็นช่วงผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดบางเป็นพิเศษ) และความหนาระหว่าง 13.00-25.00 มม. (ซึ่งเป็นช่วงความหนาพิเศษ) เนื่องจากเหมาะกับสายการผลิตและเทคโนโลยีของบริษัทที่สามารถผลิตเหล็กแผ่นชนิดบางได้ดีกว่า ในขณะที่การผลิตของโรงงานบริษัท จี สตีล ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่มีขนาดหนากว่า 2 มม. ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากการวางแผนการตลาดร่วมกันนั้น ทำให้ทั้งสองบริษัทมีประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ได้ประโยชน์ Economy of scale ตลอดจนลดการสูญเสียจากกระบวนการผลิตที่ไม่ต่อเนื่องจากการที่ต้องผลิตสินค้าหลากหลายลักษณะ  ในอนาคต บริษัทได้วางแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยมุ่งไปสู่การผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี (Galvanizing) และเหล็กรีดเย็น (cold-rolled) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กที่เป็น value added และเป็น segment ที่มีการเติบโตของความต้องการและมีการนำเข้าสูง โดยสายการผลิตของบริษัทได้ถูกออกแบบมาให้รองรับการขยายการผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่แล้ว ดังนั้น การทับซ้อนของผลิตภัณฑ์จะมีสัดส่วนที่ลดลงอีกในอนาคต